เกริ่นนำ

เป็นประสบการณ์ในต่างแดน อีกครั้งหนึ่ง ที่ผู้เขียนมีโอกาสได้ไปอย่างไม่คาดฝัน เพราะแทนที่จะไปแบบนักท่องเที่ยว กลับกลายเป็นว่าร่วมไปกับนักศึกษาปริญญาโท ที่มีโครงการศึกษาดูงานประเทศเกาหลีใต้ หรือที่เราเรียกว่า สาธารณรัฐเกาหลี (Republic of Korea) ดังนั้น จึงเป็นคณะเดียวกันโดยปริยาย โปรแกรมการเดินทางเป็นอย่างไร จึงไม่สามารถที่จะใช้เวลาเป็นส่วนตัวได้ ก็ดีไปอีกแบบหนึ่ง เพราะมีเพื่อนร่วมเดินทางถึง 60 คน นักศึกษาที่ไปในโครงการครั้งนี้ ก็เป็นนักศึกษาปริญญาโทรุ่นน้องในมหาวิทยาลัยเดียวกัน ผู้ประสานงานนักศึกษา เป็นผู้ที่คุ้นเคยกันมาก่อน (ดร.ยุภาพร ทวยจันทร์) และอีกท่านหนึ่ง อาจารย์ ดร.เชษฐา โพธิ์ประทับ พร้อมลูกสาว ท่านไปในฐานะผู้ร่วมเดินทางเช่นเดียวกัน แต่เมื่อเดินทางแล้ว ผู้เขียนจึงทราบว่า เป็นผู้ที่มีอายุสูงสุดในคณะ ถัดมาก็ ดร.เก็จมณี และท่าน ดร.เชษฐา ทั้งสามคน เลยกลายเป็นผู้ใหญ่ในคณะ และทำหน้าที่เป็นหัวหน้าคณะโดยปริยาย

        เวลาเป็นส่วนตัวของทุกๆคน แต่เวลาที่เคลื่อนไปข้างหน้าของแต่ละคน ใครจะเก็บเกี่ยวประสบการณ์อย่างไร ย่อมขึ้นอยู่กับตัวเอง ผู้เขียนได้เตรียมกล้องดิจิตอลสำหรับบันทึกภาพนิ่ง และมีกระดาษ ปากกา สำหรับจดบันทึกเรื่องราวและเหตุการณ์ต่างๆ ในการเดินทาง ซึ่งปฏิบัติมาเป็นประจำอยู่แล้ว คราวนี้ก็เช่นเดียวกัน ผู้เขียน จะไม่ยอมให้เกิดความหลงลืมโดยคิดว่า จำได้โดยเด็ดขาด เพราะเคยมีประสบการณ์หลายครั้ง ที่บันทึกภาพไว้ แล้วจำไม่ได้ว่าที่ไหน เมื่อไร อย่างไร พอจะนำภาพมาประกอบการเขียน ต้องกลับไปทบทวนจนบางครั้ง ต้องตัดส่วนประกอบนั้นทิ้งไป ทำให้การเขียนชะงัก ขาดตอนไม่ต่อเนื่อง ดังนั้นจึงต้องบันทึกตลอดเวลา ซึ่งกำหนดวันที่ เวลา สถานที่ เหตุการณ์ ให้ละเอียด นี่คือการปฏิบัติเป็นประจำของผู้เขียน 

      เป็นการเขียนเล่าเรื่องการเดินทางประกอบภาพถ่ายบางส่วน ได้เสริมความรู้ทางวิชาการบ้างเล็กน้อย เพื่อเป็นแนวทางศึกษาเพิ่มเติม ให้เหมาะสมกับการศึกษาดูงานของนักศึกษา ผู้เขียนเห็นว่า น่าจะเกิดประโยชน์ทั้งด้านความรู้ ความบันเทิง แก่บุคคลที่สนใจในการอ่าน ได้บ้างตามสมควร ภาพที่เกี่ยวข้องทั้งหมดส่วนใหญ่บันทึกจากเหตุการณ์จริง มีเพียงบางส่วนเล็กน้อยเป็นภาพ ประกอบและเนื้อหา จากแหล่งค้นคว้าทางเว็บไซต์ ซึ่งมิได้เจตนาล่วงละเมิดลิขสิทธิ์ทางธุรกิจใดใด โดยถือว่าเป็นบันทึกการเดินทางเพื่อการศึกษา เท่านั้น

                                                       สุรเดช  พระลับรักษา

                                                         6 มีนาคม 2556

บันทึกตอนที่ 1

1. ชีวิตกับการเดินทาง

          ว่างเว้นจากการเดินทางไปต่างประเทศเสียนาน ทำให้เกิดความคิดว่าอายุก็มากแล้ว สังขารก็ร่วงโรยไปตามกาลเวลาและวัย ความแข็งแรง ความกระปรี้กระเปร่าก็ลดน้อยถอยลง  การเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศ แม้จะไม่ครบทุกภาคของประเทศไทย แต่ในขณะที่ยังคงรับราชการอยู่ ได้เคยขึ้นเหนือ ล่องใต้ ไปสายตะวันออกและภาคกลางมากพอสมควร บัดนี้ แม้จะมีบางแห่งที่เกิดแหล่งท่องเที่ยวใหม่ๆขึ้นมา ก็ยังอดใจรอ และตั้งใจว่า ถ้ามีโอกาสและความพร้อม จะหากลุ่มหรือคณะไม่เกิน 20 คน ซึ่งเป็นญาติพี่น้อง ลูกหลานหรือเพื่อนผู้สูงวัย ส่วนใหญ่จะเป็นข้าราชการบำนาญ ที่เคยเป็นผู้บริหารและคุ้นเคยกัน รุ่นน้องใกล้เกษียณ อีกส่วนหนึ่ง ซึ่งสามารถรวมกลุ่มกันได้ เพื่อความสะดวก สบาย อาจจะใช้รถตู้บริการสัก 2 คัน อยากจะพัก อยากจะชม อยากจะศึกษา ณ ที่ใดใด หรืออยากจะกินอะไร ก็เป็นความสะดวกสบายส่วนตัว เป็นการเดินทางที่ไม่รีบเร่ง ซึ่งสามารถพักผ่อนและท่องเที่ยวไปในตัวได้ ใช้เวลาใน Weekend หรือวันหยุดยาว สำหรับลูกหลานที่ยังคงทำงานหรือรับราชการอยู่ แบบนี้น่าจะลงตัวนะ

        วันนั้น ก็พอดีได้มีท่านที่คุ้นเคยสนิทสนม ให้ความเคารพนับถือกันมานาน โทร.มาชวน บอกว่า ทางศูนย์การเรียนของนักศึกษาปริญญาโท โรงเรียนเทศบาล 6 จังหวัดอุดรธานี มีโครงการเดินทาง เพื่อศึกษาดูงานด้านการศึกษาต่างประเทศ ที่ประเทศสาธารณรัฐเกาหลี (Republic of Korea) ไปกับ บริษัท Annie Tour & Travel ระหว่าง วันที่ 15 – 19 กุมภาพันธ์ 2556 ยังขาดผู้ใหญ่ที่จะร่วมเดินทางไปด้วย อยากขอเชิญไปด้วยกัน ผมก็เลยขอเวลาตัดสินใจ และตรวจสภาพร่างกายของ