พลังความคิดสร้างชีวิตที่ดี
                                 
                                สุรเดช  พระลับรักษา
.....................................................................................

          
 
         เรื่องของพลังความคิดนั้น “ธรรมะในจิต” ได้เขียนไว้

ตอนหนึ่งว่า ทุกคนจะมีพลังของความคิดที่ดี และไม่ดีคลุมอยู่

รอบ ๆ กาย ถึงเราอาจจะมองไม่เห็น แต่เราก็จะรู้สึกได้ เพราะ

จริง ๆ แล้วมนุษย์สื่อสารกันด้วยพลังจิตตลอดเวลา หรือที่เรียกว่า

มี sense นั่นเอง ซึ่งบางคนอาจมีถึง six sense (สัมผัสที่หก)

มนุษย์ทุกคนมีพลังจิตที่สื่อสารกันอยู่และจะสามารถรู้ได้ว่า ใคร

คิดดี หรือไม่ดี ชอบเรา หรือเกลียดเรา

         พลังความคิด คล้ายกับมีจุดกำเนิดที่สมอง แต่ในความ

เป็นจริงแล้ว  พลังความคิดมีที่เกิดจากความรู้สึกภายในลึกๆ ที่

สะสมไว้  ความรู้สึกนี้จะชัดเจนหรือไม่ อยู่ที่“จิต” ถ้าคนที่มีจิตดี

นิ่งสงบ จะรับรู้กระแสจิตของความคิดผู้อื่นได้เร็วและค่อนข้าง

ชัดเจน กว่าคนที่จิตฟุ้งซ่าน ลองสังเกตง่าย ๆ ว่า คนบางคน

เราอยู่ใกล้พูดคุยด้วยแล้วรู้สึกสบายใจ ปลอดโปร่ง โล่งใจ เพราะ

คนผู้นั้น เป็นผู้ที่มีกระแสจิตที่ดี มีความเมตตา ไม่คิดร้ายใคร  

พลังจิตจึงเป็นกระแสที่สว่างใส และอบอุ่นปลอดภัย  แม้แต่

เทวดาก็ปกปักรักษา ดูแลคุ้มครอง  สัตว์ก็ยังอยากอยู่ใกล้ แต่

กับอีกคนที่อยู่ใกล้แล้วกลับรู้สึกอึดอัด ไม่สบายใจ เพราะคนผู้นั้น

เป็นผู้ที่มีกระแสจิตชอบคิดร้าย อาฆาต พยาบาทและเบียดเบียน

ผู้อื่นอยู่เสมอ พลังจิตจึงเป็นกระแสแบบทิ่มแทง ทำให้คนที่อยู่ใกล้

รับถึงกระแสนั้น จึงก่อให้เกิดความอึดอัด ไม่ไว้วางใจ หวาดกลัว

และไม่อยากเข้าใกล้ แม้แต่เทวดาก็ส่ายหน้า หมูหมาก็วิ่งหนี

       จะเห็นว่า  คนที่มีคลื่นพลังจิตชนิดบวกอยู่สูง เป็นคนที่ชอบ

พึ่งพาตัวเอง มีใจเปิดกว้าง ไม่คิดร้ายใคร  ให้อภัยผู้อื่นเสมอ มี

ความเมตตา และมองโลกในแง่ดี มีกำลังใจสูง ไม่ว่าจะเผชิญหน้า

อยู่กับปัญหาใด ๆ ก็จะไม่ย่อท้อ และไม่สูญเสียกำลังใจง่าย ๆ

ทำให้สามารถพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาสได้อยู่เสมอ ๆ พลังความคิด

หรือพลังจิตชนิดนี้ จึงควรค่าแก่การสะสม ให้กับตนเอง....เริ่มสะสม

กันได้แล้วครับ

- ความสุขเปรียบเหมือนผีเสื้อ หากคุณยื่นมือไปจับมัน บ่อยครั้ง

ต้องคว้าน้ำเหลว แต่ถ้าคุณนั่งนิ่งๆ  มันก็อาจจะบินมาเกาะ

ที่ตัวของคุณ

 

หมอเทวดากับยาสามห่อ

 

         มีเศรษฐีผู้หนึ่ง เขาสามารถซื้อทุกสิ่งที่ต้องการได้ แต่กลับ

รู้สึกว่า ยิ่งมีมากยิ่งขาดความสุข เขาเชื่อว่า ตัวเอง ได้กลายเป็น

คนโรคจิตซึมเศร้า ยิ่งหาหมอ ก็ยิ่งพบแต่ความว่างเปล่าและเครียด 

        วันหนึ่งเขาได้ยินว่า มีหมอเทวดาคนหนึ่ง อาศัยอยู่ที่ริมทะเล

เขาจึงตัดสินใจไปหาทันที  เมื่อหมอได้ฟังปัญหาของเขาแล้ว จึง

ยื่นยาให้เขาสามห่อ และรับรองว่า เขาจะหายจากโรคอย่างแน่นอน

แต่หมอกำชับว่า ต้องกินยาวันละห่อ และต้องนำไปกินที่ริมหาดทราย

จึงจะได้ผลดี เศรษฐีเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง แต่ก็เดินไปที่ริมหาดทราย

แล้วคลี่ห่อยาห่อแรกออกดู ภายในห่อยามีแต่ความว่างเปล่า

นอกจากตัวหนังสือที่เขียนไว้ว่า

       “นั่งพักอยู่ที่หาดทรายสัก 30 นาที”

       เวลานั้น จิตใจของเขาเริ่มสัมผัสกับ สายลม และท้องฟ้า

สีครามที่งดงาม เศรษฐีคิดว่าตัวเองถูกหลอก ก็เลยบอกกับตัวเองว่า

มานั่งพักผ่อนอยู่ที่นี่ก็แล้วกัน เขาได้นั่งอยู่ที่นั่น จนพระอาทิตย์ลับ

ขอบฟ้า โดยลืมไปว่า เขาได้นั่งนานเกินกว่าเวลาที่หมอเทวดา

กำหนดให้

         

        วันที่สอง เขากลับไปที่ชายหาด และคลี่ห่อยาห่อที่สองออก

ภายในห่อยาไม่มีอะไร นอกจากคำสั่งว่า

       “ช่วยเอาปลาตัวเล็กๆ ที่เกยตื้นห้าตัว กลับคืนสู่ทะเล”

       เศรษฐีทำตามคำสั่ง ปลาหลายตัวที่ใกล้ตาย ได้กลับมา

มีชีวิตอีกครั้ง เมื่อได้กลับคืนสู่ท้องทะเล  จิตใจของเศรษฐี

เบิกบานขึ้น เมื่อคิดว่า เขาได้ทำให้ปลาจำนวนมากตัวแล้ว

ตัวเล่า ได้พบกับชีวิตใหม่

       วันที่สาม เขาได้คลี่ห่อยาห่อสุดท้ายออก ในนั้นเขียนว่า

       “เอาความทุกข์และความกังวลของคุณทั้งหมด เขียนลง

บนหาดทราย”

        เศรษฐีได้หากิ่งไม้มากิ่งหนึ่ง แล้วเริ่มเขียนข้อความลงบน

หาดทรายอย่างไม่ยั้งมือ เขียน..เขียน..เขียน และเขียน ...

ความสัมพันธ์กับภรรยาไม่ดีเลย ยิ่งนานยิ่งเย็นชา...ลูกๆ

ก็ไม่เชื่อฟัง...ธุรกิจการค้ายุ่งยากมาก...หนี้สินล้นพ้นตัว...

อื่นๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ เขาเขียนจนเมื่อยมือ แล้วลุกขึ้นยืนดูความทุกข์

ของเขา ที่ถูกระบายออกมา

          

       แต่ทันใดนั้น คลื่นใหญ่ลูกหนึ่ง ได้ซัดขึ้นมาบนหาด แต่เมื่อมัน

ไหลกลับไป เศรษฐีพบว่า ตัวหนังสือที่บ่งบอกถึงความทุกข์ ได้

ละลายหายไปกับน้ำ กลับเป็นหาดทรายที่ราบเรียบดังเดิม ความรู้สึก

ใหม่ๆ กำลังเกิดขึ้น อาการซึมเศร้า ของเศรษฐี ค่อยๆ หายไป จน

เป็นปกติ...แต่ โรคนี้กลับกลายเป็นโรคฮิตของคนในปัจจุบัน วิตก

กังวล ขาดความสุข ดั่งมีก้อนหินใหญ่ทับอยู่บนทรวงอก แต่ที่แน่ๆ

คนที่สามารถเอาก้อนหินนี้ออกได้ ก็คือตัวคุณเอง

        ยาห่อที่หนึ่ง คือการพักผ่อน แท้จริงหมอเทวดาท่านนี้

ต้องการให้ร่างกายและจิตใจของเขา ได้รับการผ่อนคลาย

        ยาห่อที่สอง คือการให้ ไม่ว่าท่านจะให้ความช่วยเหลือ

แก่คนหรือสัตว์ ท่านจะได้รับการตอบแทนด้วยความสุขอย่าง

เต็มเปี่ยม “การให้ แม้เพียงเล็กน้อย อาจได้รับการตอบแทน

อย่างมากมายทางฝ่ายจิตวิญญาณ หากเป็นเช่นนี้ ไม่คุ้มหรือ?

        ยาห่อที่สาม คือเวลา เวลาเปรียบเหมือนคลื่นในทะเล

ที่ทำให้หาดทราบราบเรียบไม่ว่าบาดแผลในใจ จะลึกปานใด

เวลาจะช่วยสมานแผลลึกนั้นให้หายได้

       ท่านไม่ต้องไปหาหมอเทวดาหรอกครับ ผมได้นำสูตร

สำเร็จมาแบ่งปันแก่ท่านแล้ว อย่างไรก็ตาม ท่านจะต้องใช้

ยาทั้งสามห่อนะครับ  "พลังความคิดสร้างชีวิตที่ดี" กำลัง

รอท่านอยู่ครับ..

 

พลังของความคิด 

 

        กายกับใจนั้นเป็นสิ่งที่แยกออกจากกันไม่ได้เหมือนเหรียญ

ที่มีสองด้าน  แน่นอนว่าการมีร่างกายที่เจ็บป่วยอาจทำให้ใจห่อเหี่ยว

แต่ใจที่ป่วย จากการคิดร้าย มีแต่ความเคียดแค้นเกลียดชังก็นำมา

ซึ่งโรคทางกายได้เช่นเดียวกัน ทางการแพทย์เรียกว่า

Psychosomatic disorder หรือ การเจ็บป่วยทางกายอันเนื่องมาจาก

จิตใจ ดังที่มีคำกล่าวที่ว่า "จิตเป็นนาย  กายเป็นบ่าว"

        Thomas Alva Edison เคยบอกกับผู้ช่วยของเขาในระหว่าง

การทดลองประดิษฐ์หลอดไฟฟ้าว่า

        " เราไม่ได้ล้มเหลวจากการทดลอง 700 กว่าครั้งที่ผ่านมา

แต่เรากำลังเรียนรู้มากขึ้นเรื่อยๆ อย่างน้อยเราก็รู้แล้วว่า มี 700 วิธี

ที่ไม่ควรทำ และใกล้จะพบคำตอบแล้ว "

        ความผิดพลาดจึงเป็นบันไดขั้นสำคัญในการเรียนรู้  หากรู้จัก

ใช้ประโยชน์ ก็ไม่ถือว่าสูญเปล่า

                                                                 .....เฟรเดอริก แลงบริดจ์......

 

ปรัชญาในการดำเนินชีวิต 

 

            บุคคลสำคัญต่างๆ ที่จะกล่าวถึง ล้วนแล้วแต่เป็น บุคคล

ที่ประสบความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ในชีวิต ด้วยพลังความคิดที่เป็น

บวกทั้งสิ้น กว่าที่ท่านเหล่านั้น จะก้าวมาถึงจุดๆ นี้ ล้วนแล้วแต่

การผ่าน “ความคิดริเริ่ม” และ “ความเชื่อมั่น” มาแล้วเช่นกัน

เพียงแต่ท่านเหล่านั้น จะผ่านมามากหรือน้อยต่างกัน

         Thomas Alva Edison ผู้ซึ่งกว่า จะพบกับความสำเร็จ

ได้ผ่านการทดลองมาแล้วถึง 700 ครั้ง ผู้ใช้วัสดุในการทดลอง

ทำไส้หลอดไฟ มากกว่า 3,000 ชิ้น กล่าวว่า “คนที่ประสบกับ

ความล้มเหลวในชีวิตจำนวนมาก คือคนที่ไม่ได้ตระหนักว่า

พวกเขาอยู่ใกล้กับความ สำเร็จมากแค่ไหน ในตอนที่เขายอมแพ้”

         William Shakespeare นักกวี   นักเขียน นักประพันธ์

ผู้ประสบความสำเร็จโด่งดังทั่วโลก ว่า.....ไม่กล้า ก็ไม่มีวันเดินหน้า

(Nothing ventured, nothing gained.) เพียงเมื่อท่านหยุดก้าว

ท่านก็เริ่มถอย หลัง แล้ว

         นิรนาม : หนทางไกลนับหมื่นลี้ ต้องเริ่มต้นด้วยก้าวแรก

A journey of a thousand miles must begin with a single step

         เล่าจื๊อ : อย่ากลัวที่จะก้าวไปช้า ๆ จงกลัวที่จะอยู่นิ่งเฉย

Do not be afraid of going slowly, be afraid only of standing still.

         ดวงฤทธิ์ บุนนาค : อย่ากลัวล้มทั้งๆ ที่ยังไม่ได้เริ่มเดิน

Don't think that you're gone lose when you don't even start.

                                                        ที่มา http://www.yimsiam.com

 

ไม่มีอะไรได้มาโดยง่าย 

          

            ชายหนุ่มผู้หนึ่งมาฝึกบำเพ็ญตบะกับอาจารย์ หลังจากฝึกมา

ได้หลายปี อาจารย์เห็นว่าศิษย์มีความสามารถแก่กล้าแล้ว จึงอนุญาต

ให้ไปบำเพ็ญพรตแต่ผู้เดียวในอีกแคว้นหนึ่ง หนุ่มผู้นั้นมาปลูกกระท่อม

นอกหมู่บ้าน

         วันหนึ่งก็พบเสื้อของตนซึ่งมีอยู่เพียงตัวเดียว มีรอยหนูกัด

พอปะชุนแล้ว วันต่อมาหนูก็ยังมากัดอีก เป็นเช่นนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า

เขาคิดหาทางแก้อยู่หลายวัน ในที่สุดก็ไปหาแมวมาปราบหนูแต่เมื่อ

ได้แมวมา เขาก็ต้องไปหานมมาเลี้ยงแมวด้วย หลังจากไปขอนมวัว

จากชาวบ้านอยู่เดือนหนึ่งก็คิดว่าแทนที่จะเดินไปขอนมในหมู่บ้าน

สู้หาวัวมาเลี้ยงดีกว่า ครั้นหาวัวมาเลี้ยงก็ต้องหาหญ้าให้มันด้วย

เนื่องจากไม่ต้องการเสียเวลา บำเพ็ญพรตเขาก็เลยไปจ้างลูกสาว

ชาวบ้านมาเกี่ยวหญ้าให้วัว ผ่านไปหลายเดือน เงินก็ร่อยหรอไป

เกือบหมดก็เลยหาทางออกด้วยการแต่งงานกับ สาวเสียเลย จะได้

ไม่ต้องเสียเงินจ้าง เมื่อมีสาวอยู่แล้ว ก็ต้องช่วยกันทำมาหากิน

ในที่สุดก็เลยเลิกบำเพ็ญพรต กลายมาเป็นพ่อค้า จนร่ำรวย 

       วันหนึ่งอาจารย์ก็มาเยี่ยมพอเห็นความเปลี