บนเส้นทางชีวิต
                                           "ตรรกะปกรณ์"
--------------------------------------------------------
 
        มนุษย์เราถือกำเนิดขึ้นมาพร้อมกับความเชื่อ
ที่สืบเนื่องมาจากบรรพบุรุษ ตามชาติพันธุ์วรรณนา
แห่งตน ซึ่งนับได้ว่าอิทธิพลดังกล่าวยังคงดำรงอยู่
ต่อไปอีกนาน ความเชื่อจากการนับถือ ความเชื่อ
จากศรัทธา ความเชื่อจากประเพณีวัฒนธรรม ที่
สืบทอด ความเชื่อจากความไม่รู้ ความเชื่อเพราะ
หลงผิด ความเชื่อเพราะถูกกดขี่บังคับ ฯลฯ ความ
เชื่อเหล่านี้ ทำให้มนุษย์ไม่มีทิศทางในการดำเนิน
ชีวิตที่เป็นของตนเองได้อย่างสมบูรณ์แบบ ส่วน
ใหญ่แล้ว สังคมมักจะเป็นตัวกำหนดให้มนุษย์
ด้วยกันเองนั้น มีชีวิตที่ต้องเดินทางไปตามเส้นทาง
ที่ผู้อื่นลิขิต
        อย่างไรก็ตาม ในความเป็นจริงของชีวิตนั้น
หากจะกล่าวถึงว่าเส้นทางชีวิตของแต่ละคน จะมีอะไร
เกิดขึ้นมาแล้วก็มีเส้นทางเดียวเท่านั้นแหละ นั่นคือการ
เดินไปสู่ความตาย แหม...ถ้ากล่าวถึงแบบนี้ก็คงทำให้
แต่ละชีวิต เกิดความท้อแท้ ห่อเหี่ยว อะไร?เกิดขึ้นมา
เพื่อรอวันตายอย่างเดียวงั้นสินะ  ผมว่า ค่อนข้าง
บั่นทอนความรู้สึกเกินไปมั๊ง ในส่วนนั้นแม้จะเป็น
สัจธรรมก็ตาม แต่มองอีกมุมหนึ่งของชีวิต เมื่อเกิด
ขึ้นมาแล้ว ก็ไม่มีใครจะกำหนดอายุขัยของตนเองได้
ดังนั้นในช่วงระยะของการมีชีวิตอยู่ คนทุกคนจึงต้อง
เดินไปบนเส้นทางชีวิตของแต่ละคน ซึ่งคงจะมีคล้าย
กันบ้าง แต่ก็ย่อมจะไม่เหมือนกันแน่นอน
 




















บางคน.....
"บนถนนเส้นทางชีวิตนี้ยังอีกยาวไกล เราต้องลุยพร้อมที่จะเดินไป
คนเดียว เราต้องเป็นผู้สร้างและรื่นเริงบันเทิงใจ ไปกับทุกระยะทาง
และทุกจังหวะชีวิต หนทางที่สวยงามรอ...บุคคลเช่นท่านอยู่ใน
ทุกช่วงของการเดินทาง"

        การจะสร้างถนนบนเส้นทางชีวิตที่ราบรื่น สวยงามนี้ ก่อนอื่น                                      เราต้องเชื่อมั่นในตนเอง เชื่อมั่นหลักการ “ทำดีได้ความดี ผลก็คือ                                   ความรู้สึกสุขใจในปัจจุบัน ซึ่งอาจจะไม่เกี่ยวกับการมีเงินทอง                                            มากมายหรือชื่อเสียงเกียรติยศใด ๆ

นิทานอีเมล

เลือกทางไหนดี!!!


     ตอนนี้คงมีหลายคนที่กำลังตกอยู่ในสถานการณ์ที่จะต้องเลือก แต่

ไม่ว่าจะเลือกทางไหน ทางที่เลือกก็คือสิ่งที่จะกำหนดเส้นทางชีวิตต่อไป

ในอนาคตของเรา เหมือนดังนิทานอีเมล์ที่หยิบมาฝากในฉบับนี้


     มีเรื่องเล่าของเด็กกลุ่มหนึ่ง ที่

นั่งเล่นใกล้รางรถไฟ ๒ รางๆ หนึ่ง

อยู่ในระหว่างการใช้งาน ในขณะที่

อีกรางหนึ่งไม่ได้ใช้งานแล้ว มีเพียง

เด็กคนเดียวเท่านั้นที่เล่นบนรางที่

ไม่ได้ใช้งาน ส่วนเด็กที่เหลือนั่งเล่น

อยู่บนรางที่ยังใช้งานอยู่

        เมื่อรถไฟแล่นมาคุณอยู่ใกล้ๆ ที่สับรางรถไฟ คุณสามารถเปลี่ยน

ทางรถไฟไปยังรางที่ไม่ได้ใช้งานเพื่อช่วยชีวิตเด็กส่วนใหญ่ ได้ แต่นั่น

หมายถึงการเสียสละชีวิตของเด็กคนที่เล่นอยู่บนรางที่ไม่ได้ใช้งาน หรือ

คุณเลือกจะปล่อยให้รถไฟวิ่งทางเดิม (ลองคิดให้ดีๆ..... ก่อนจะอ่าน

บรรทัดต่อไป)

          คนส่วนมากอาจเลือกที่จะเปลี่ยนทางรถไฟและยอมสละชีวิตของ

เด็กคนนั้น ซึ่งคุณก็อาจเป็นอีกคนที่คิดเช่นนั้น แต่คุณอย่าลืมนะ ว่าเด็ก

ที่เลือกเล่นบนรางที่ไม่ได้ใช้งานแล้ว ที่จริงเขาได้ตัดสินใจถูกต้อง ที่จะ

เล่นในสถานที่ๆ ปลอดภัย แต่เขากลับต้องมาเสียสละชีวิตให้กับเพื่อนที่

ไม่ใส่ใจและเลือกที่จะเล่นในที่อันตราย

          สถานการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นรอบตัวเราทุกวันในสังคมประชาธิปไตย

ทั้งในที่ทำงาน ย่านชุมชน การเมือง คนกลุ่มน้อยมักถูกเสียสละให้กับ

ผลประโยชน์ของคนหมู่มาก แม้ว่าคนกลุ่มน้อยจะฉลาด มองการณ์ไกล

และคนหมู่มากจะโง่เง่า ไม่ใส่ใจก็ตาม หากเด็กคนที่เลือกเล่นบนรางที่

ใช้งานไม่ได้ จะต้องเสียสละชีวิตของเขา ก็คงไม่มีใครเสียน้ำตาให้

          มีบางคนบอกว่า ถ้าเขาเจอสถานการณ์แบบนี้ เขาจะไม่พยายาม

เปลี่ยนเส้นทางรถไฟ เพราะเขาเชื่อว่าเด็กที่เล่นอยู่บนรางที่อยู่ในการ

ใช้งาน พวกเขาย่อมรู้ว่าจะต้องหลบออกไปเมื่อได้ยินเสียงหวูดรถไฟ

แต่ถ้าทางรถไฟถูกเปลี่ยนไปอีกทางหนึ่ง เด็กอีกคนต้องตายแน่นอน

เพราะเขาไม่เคยคิดว่ารถไฟจะเปลี่ยนมาใช้เส้นทางที่ไม่ได้ใช้แล้ว และ

ถ้าเปลี่ยนคุณอาจทำให้ชีวิตของผู้โดยสารทั้งหมดตกอยู่ในอันตราย ใน

ขณะที่คุณพยายามช่วยชีวิตเด็กจำนวนหนึ่ง

          ในความเป็นจริงชีวิตคนเราล้วนเต็มไปด้วยการตัดสินใจที่ยาก

ลำบากแต่ถ้าเราตัดสินใจเร็วไป ก็ใช่ว่าสิ่งที่เราตัดสินใจไปนั้นจะถูกต้อง

อย่าลืมว่าสิ่งที่ถูกต้อง ไม่จำเป็นต้องเป็นสิ่งที่นิยมปฏิบัติ และสิ่งที่นิยม

ปฏิบัติก็ไม่จำเป็นต้องถูกต้องเสมอไป ทุกคนสามารถทำผิด พลาดได้

ด้วยกันทั้งนั้น เพียงแต่ว่า เมื่อเราทำผิดพลาดเราไม่สามารถหาสิ่งใด

มาลบมันได้ เหมือนเวลาที่เราเขียนหนังสือผิด แล้วใช้ยางลบมาลบ

คำผิดออกไป

          บนเส้นทางชีวิตของแต่ละคนย่อมแตกต่างกัน  เป็นเรื่องปกติ

ธรรมดา อย่าไปยึดมั่นถือมั่นว่า  เราไม่เหมือนคนอื่น ที่จริงแล้ว คนอื่น

ไม่เหมือนเราต่างหากเล่า บนเส้นทางชีวิตในแต่ละเรื่องก็เช่นเดียวกัน

มันไม่เหมือนกันหรอกนะ  ดูสิ...

กระท่อมบนเส้นทางชีวิต

 
               Click the image to open in full size.
 

คนบางคนใช้ชีวิต ดังเช่นกระท่อม .. โดดเดี่ยว .. สมถะ .. แต่ก็มีน้ำใจ ..
ช่วยเหลือนักเดินทางอยู่เสมอๆ ..
นั่นคือการเป็นที่พักพิงให้กับผู้อื่น


เส้นทาง

 
              Click the image to open in full size.
 

แม้ว่าเส้นทางที่เราเลือก.. จะไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ..
แต่ก็เป็นเส้นทาง.. ที่เราเลือกเดินเอง ..เส้นทางที่เราเลือกที่จะเดิน

ย่อมเป็นเส้นทางที่เราตัดสินใจและมุ่งมั่นที่พร้อมจะก้าวแล้ว

บันได


Click the image to open in full size.
 

บนเส้นทางชีวิต...แม้ว่าจะเห็นจุดหมายอยู่ไม่ไกล .. ก็ไม่ควรเร่งร้อน ..

เพราะถ้าตกบันได ..เราอาจต้องกลับมาเริ่มใหม่ ..การก้าวเดินแต่ละ

ก้าว  จึงควรเป็นก้าวที่มั่นคง


บนเส้นทางระหว่างวันในชีวิต           รู้จักคิดรู้จักตรองมองเหตุผล
รู้กาละรู้เทศะรู้บุคคล                           รู้กำลังแห่งตนตามเป็นจริง
รู้จักผ่อนรู้จักปรนรู้ข้นเข้ม                 รู้จักเค็มรู้จักหวานการทุกสิ่ง
รู้ปล่อยวางบางครั้งต้องช่วงชิง         โอกาสวิ่งเข้ามาอย่าปล่อยไป
จงขยันประหยัดอย่าผลัดพรุ่ง           อยากจะรุ่งต้องอดทนจงจำไว้
จงซื่อสัตย์กตัญญูรู้อภัย                   จงรู้ทันอย่าหวั่นไหวกับอารมณ์
บนเส้นทางชีวิตเคยผิดพลาด             สิ่งที่คาดพลั้งไปไม่ขื่นขม
บางครั้งด้อยบางครั้งดีมีรื่นรมย์         จงชื่นชมขอบคุณสิ่งรอบตัว....

               

        เส้นทาง  ทางแยก คนเราอาจมีทางให้เดินหลายสาย

ทางชัน ทางเรียบ  ขรุขระ ลูกรัง  เส้นทางสายใหญ่ ทางแคบ 

ลงเขา ข้ามสะพาน ก็...ขึ้นอยู่กับใจว่าจะไปเส้นทางไหน บางคน

เลือกเดินทางขรุขระ มีสิ่งกีดขวาง ผ่านแม่น้ำ ผ่านภูเขา บางคน

เลือกเส้นทางที่เรียบง่าย ค่อยเดินค่อยไป ส่วนบางคนชอบเดิน

บนเส้นทางที่โรยด้วยกลีบกุหลาบ ทุกเส้นทางล้วนมีคำตอบอยู่

ที่ปลายทาง ไม่ว่าจะเดินไปอย่างไร ล้วนมีคำตอบ เส้นทางชีวิต

เลือกขีดด้วยใจกำหนดตัวเอง...ใช่ว่า...เดินตามคนอื่น


             
 
 

เส้นทางชีวิต

จงอย่าทำลายคุณค่าของตัวเราเอง
ด้วยการเอาตัวเราไปเปรียบกับผู้อื่นเลย
นั่นเป็นเพราะว่า เรานั้นแตกต่างจากผู้อื่น
และแต่ละคนก็มีความพิเศษกันคนละอย่าง

อย่าตั้งเป้าหมายของเรา
เพียงเพราะคนอื่นม