ดูงานการศึกษา ที่ มาเลย์เซีย
                                                              สุรเดช  พระลับรักษา
                                                                21 ตุลาคม 2552
........................................................................................................
 

บันทึกก่อนเดินทาง

       การเดินทางเพื่อการศึกษาและดูงานต่างประเทศ นั้น เป็น

Course หนึ่งสำหรับนักศึกษาระดับปริญญาโท ของ มหาวิทยาลัย

กรุงเทพธนบุรี ปีการศึกษา2552 เพื่อให้นักศึกษาได้รับ

ประสบการณ์ใหม่ๆ ทางการศึกษา ประวัติศาสตร์ สังคม เศรษฐกิจ

หรือแม้กระทั่งการเมือง หากรู้จักเก็บเกี่ยวความรู้เหล่านั้น นำมา

วิเคราะห์และเปรียบเทียบ เอาส่วนที่ดีมาใช้ให้เกิดประโยชน์แก่ตนเอง

สังคมและประเทศชาติ แล้ว ก็ยิ่งจะเป็นคุณประโยชน์อันใหญ่หลวงนัก

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การศึกษาดูงานครั้งนี้ เน้นที่การศึกษาเป็นหลัก

ดังนั้นท่านที่กำลังศึกษาในสาขาการบริหารการศึกษา และสาขา

หลักสูตรและการสอน จึงถือว่าโชคดีที่ได้มีโอกาสร่วมในการเดินทาง

ครั้งนี้

        ก่อนเดินทาง มีการปรึกษาหารือระหว่างท่านผู้อำนวยการ

ศูนย์บัณฑิตวิทยาลัย ผู้ประสานงาน และนักศึกษา มีความเห็น

ส่วนใหญ่ว่า สมควรศึกษาดูงานที่ประเทศมาเลเซียและสิงคโปร์

เหตุผลก็คือ ระบบการศึกษาของมาเลเซีย ค่อนข้างจะก้าวไปไกล

กว่าบ้านเมืองของเรา ส่วนเทคโนโลยีสารสนเทศ ของประเทศสิงคโปร์

ก็น่าศึกษาอย่างยิ่ง อย่างไรก็ดี แม้การศึกษาดูงานจะเป็นส่วนหนึ่ง

แต่ก็ยังมีอีกส่วนหนึ่งในการเดินทาง ก็คือ นักศึกษาได้คร่ำเคร่งกับ

การเรียนมาถึง 5 รายวิชาแล้ว เป็นช่วงที่โรงเรียนปิดภาคเรียน

นักศึกษาส่วนใหญ่ก็เป็นข้าราชการครู ควรจะหาโอกาสผ่อนคลาย

สมองและจิตใจด้วยการท่องเที่ยวบ้าง

        สำหรับการเดินทาง ฝ่ายประสานงานก็ได้วางโปรแกรมไว้ล่วงหน้า เตรียมพร้อมในเรื่อง

พาหนะในการเดินทางทุกขั้นตอน ไม่ว่าจะเป็นรถทัวร์ ที่จะพาพวกเราไป-กลับ ระหว่างหนองคาย-

สุวรรณภูมิ เครื่องบินโดยสารจากสายการบิน Air Asia ไป-กลับระหว่างสุวรรณภูมิ-มาเลเซีย ทัวร์

และไกด์ จาก Anne Tour & Travel ตลอดเวลา 4 วัน ที่พักในมาเลเซียพร้อมอาหารเช้า อาหาร

มื้อเที่ยงและมื้อเย็น ในร้านอาหารและภัตตาคาร สถานที่ท่องเที่ยวและศึกษาดูงานสถานที่ที่มีการ

แสดงและบัตรเข้าชม สถานที่สำคัญที่ควรศึกษาดูงานและสถานที่ท่องเที่ยวในประเทศสิงคโปร์

การดูแลในเรื่องการบริการของไกด์ ตลอดจนเรื่องเกี่ยวกับการผ่านแดน รวมถึงความปลอดภัยและ

สุขภาพ  ของทุกคน อย่างค่อนข้างจะครบถ้วนสมบูรณ์แบบ สมาชิกทุกคนเสียค่าใช้จ่ายตลอดการ

เดินทางตามโปรแกรม เพียงคนละ 18,900.- บาท เท่านั้น แล้วจะรู้ว่าคุ้มสุดคุ้มครับ

        อาศัยสถานภาพของการเป็นนักศึกษา มีเครื่องแต่งกายที่ภูมิฐาน การติดต่อประสานงาน

ต่างๆ จึงสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี ปัญหาของคนหมู่มากและอุปสรรคเล็กๆ น้อยๆ ก็คงจะมีบ้าง ดัง

นั้นทุกคนจึงต้องช่วยตัวเองและช่วยดูแลกลุ่มย่อยในคณะ เพราะพวกเราคือคณะเดียวกันทุกคน.

 

Short Note for Educational & Travel

19 ต.ค. 2552

           พร้อมด้วยคณะจากอำเภอเมืองหนองคาย อำเภอท่าบ่อ วิทยาลัยเกษตรอุดรธานี และคณะจากอำเภอ  ปากคาด อีกส่วนหนึ่ง ขึ้นรถวิชิตทัวร์ คันที่ 3 ถึงปั๊มน้ำมันปตท.ออกเดินทางเมื่อเวลา 19.40 น. ทักทายกันตามอัธยาศัย พอสมควร สนุกสนานกันและพักผ่อนหลับนอนกันบนรถ เพื่อรอเวลาเดินทางให้ ถึงสนามบินสุวรรณภูมิ

20 ต.ค. 2552

            04.50 น. ถึงสนามบินสุวรรณภูมิ บริเวณชั้นที่ 4 ผู้โดยสารขาออก พากันเข้าห้องน้ำเปลี่ยนเครื่องแต่งกาย ให้เป็นชุดสูทของสถาบัน กว่าจะเสร็จกันได้ก็ ประมาณ 6.00 น.ถ่ายภาพกันไว้เป็นที่ระลึกก่อนเดินทางครับ เพราะกว่าจะถึงเวลาเครื่องบินออก 10.10 น. ก็ต้องรับประทานอาหารเช้ากันตามอัธยาศัย ใครชอบกาแฟ ข้าวผัด ข้าวต้ม หรืออาหารประเภทใดๆ สั่งเอง จ่ายเอง จากนั้นเข้าคิวตรวจพาสปอร์ต ตรวจกระเป๋าเดินทาง Scan สิ่งของผิดกฎหมายและตรวจสอบน้ำหนักการบรรทุก ขั้นตอนต่อมาก็ตรวจพาสปอร์ต รับบัตรโดยสาร เวลาประมาณ 7 โมงกว่า ต่อด้วย Scan กระเป๋าถือติดตัว เครื่องแต่งตัว เครื่องประดับ นาฬิกา รองเท้า เข็มขัด  เสื้อสูท และอื่นๆ ต้องถอดตรวจสอบทั้งหมดเลย เดินต่อไปยังช่องผู้โดยสารขาออก F4 แต่ช่องทางยังไม่เปิดต้องนั่งรอ พวกเรายืนรอ นั่งรอ เล่นบันไดเลื่อนและทางเลื่อนรอ (ที่บ้านไม่เคยมี น่ะ)


           9 โมงกว่า F4 เปิด มีเจ้าหน้าที่มารอตรวจอีกชุดหนึ่ง เข้าคิวอีกครั้งเพื่อเตรียมตัวขึ้นเครื่อง ตรวจพาสปอร์ตและบัตรผู้โดยสารขาออก แล้วตรงไปยังเครื่องบินที่จอดรอ Air Asia.com (BKK-KUL ON 20/10/09 BY AK 735,10.10 AM) เพื่อโดยสารมุ่งตรงไปที่ประเทศมาเลเซีย เครื่องบินเริ่ม Run in เจ้าหน้าที่อธิบายการใช้อุปกรณ์บนเครื่อง  เช่น การใช้เข็มขัดนิรภัย อุปกรณ์ชูชีพ และอื่นๆ ให้เข้าใจ ( ที่นั่งผมเลขที่ 19 C)

จากนั้นเครื่องก็จะเริ่มเร่งเร็วขึ้น และเริ่มยกตัวขึ้นเหิรฟ้าเมื่อเวลา10.10 น.ตรง ไต่ระดับการบินขึ้นไปเรื่อยๆ หูอื้ออยู่บ้าง ต้องกลืนน้ำลายเป็นระยะๆ จากนั้นแอร์โฮสเตส ก็เริ่มประชาสัมพันธ์บริการอาหารและเครื่องดื่ม บนเครื่องไม่มีฟรีครับ มีแต่ for sale (ลืมบอกไปว่าพวกเราไปด้วยกันคราวนี้ ทั้งนักศึกษาและผู้ติดตามรวมแล้ว 140 คนครับ) ขณะอยู่บนเครื่องก็มีการถ่ายภาพไว้เป็นที่ ระลึก ใครจะได้ภาพอย่างไร ตอนนี้ก็ขึ้นอยู่กับฝีมือแล้วละครับ

              ก่อนเข้ามาเลเซีย เรามาทำความรู้จักกับมาเลเซียสักเล็กน้อย เป็นข้อมูล

          ประเทศมาเลเซีย (Malaysia) เป็นประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งแบ่งเป็น 2 ส่วน โดยมีทะเลจีนใต้กั้น ส่วนแรกคือ คาบสมุทรมลายู มีพรมแดนทิศเหนือติดประเทศไทย และทิศใต้ติดกับสิงคโปร์ ส่วนที่สองคือ ทางเหนือของเกาะบอร์เนียว มีพรมแดนทิศใต้ติดอินโดนีเซีย และมีพรมแดนล้อมรอบประเทศบรูไน มาเลเซียเป็นสมาชิกก่อตั้งของกลุ่มประเทศอาเซียน

 (รายละเอียดมีใน บันทึกการเดินทางมาเลย์-สิงคโปร์)        

         12.00 น. เครื่องบินถึงสนามบินที่กัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย ลงจากเครื่องเสร็จ เข้าคิวตรวจบัตรผู้โดยสารและพาสปอร์ตขาเข้ามาเลเซีย แล้ว รอรับกระเป๋า จากนั้นมีรถทัวร์ของบริษัท Anne tour พวกเราขึ้น Bus คันที่ 4 จำนวน  36 คน ได้รับการต้อนรับจาก Guide ทั้งชาวไทยและชาวมาเลเซีย มีคุณ สิทธา  อนันธขาล (น้องนัฐ) เป็นผู้แนะนำ

21ต.ค.2552

            หกโมงเช้า เสียงปลุก Morning Call พวกเราต้องตรงเวลาตามนัดหมาย มิฉะนั้นจะเสียโอกาส ไม่เป็นไปตามโปรแกรม จะมาเสียเที่ยวเปล่า....พวกเรารีบทำภารกิจส่วนตัวอาบน้ำแต่งตัวเรียบร้อย ลงไปรับประทานอาหารเช้าที่ชั้นสาม เสร็จแล้วพร้อมด้วยกระเป๋าเดินทาง เป็นการ Check out และพร้อมกันที่รถ ครับ พอขึ้นบนรถ คันที่ 4 ( Car 4 ) ได้ยินไกด์พูดเชิงถามว่า เซี๊ยบเสียบ ทำให้พวกเราต่างมองหน้ากันเลิ่กลั่ก อะไรเซี๊ยบเสียบ ไกด์ เห็นพวกเรางงก็เลยอธิบายว่า เซี๊ยบเสียบ หมายถึง เรียบร้อยกันแล้วหรือยัง พวกเราก็ต้องตอบว่าเซี๊ยบเสียบ แปลว่า เรียบร้อยแล้ว (นี่คือภาษามาเลเซียครับ) จากนั้นล้อหมุนออกจาก Genting  เดินทางเพื่อไปศึกษาดูงานที่โรงเรียนแห่งหนึ่งใน กัวลาลัมเปอร์ (Kualalumpur) ที่ทางลงเขาด้านขวามือ ได้มองเห็นวัดจีน ขอนำภาพมาให้ชมกัน

 

 

 

 

 

 

วัดจีนชินสวี (Chin Swee Temple) เป็นวัดจีนที่สร้างบนภูเขา ตรงทางลงเก็นติ้งไฮแลนด์ วัดนี้เริ่มก่อสร้างในปี 2518 ในช่วงที่เก็นติ้ง ยังเป็นโรงแรมและคาสิโน เล็กๆ .... โดยดำริของนายลิม โก๊ะ ตง เพื่ออุทิศแด่บรรพบุรุษสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เป็นแรงบันดาลใจให้ท่านสร้างคาสิ โน บนภูเ