ชีวิตเสมือนจริง (Virtual Life)

                                                                                                                             โดย เก็จมณี  จาตุรณต์รัศมี

 

              จากประสบการณ์อันน้อยนิด ที่ผู้เขียนได้มีโอกาสไปได้รับ

ประสบการณ์มาจากต่างแดนเดือนเศษได้สัมผัสกับความก้าวหน้าทาง

เทคโนโลยีในโลกปัจจุบัน มนุษย์ (ทั้งผู้สร้าง, ผู้ทำลาย, ผู้เรียนรู้

รวมถึงผู้พัฒนา)ต่างก็ทราบกันดีว่า ได้ถูกนำมาใช้ในโลกของ Cyber

Space ซึ่งเคยได้ติดตามศึกษาค้นคว้ามานานปี แต่ความสามารถ

ตามภูมิปัญญาเท่าที่มีก็ยังห่างไกลเหลือเกิน ต่อการที่จะตามได้ทัน

แต่ก็พอจะได้รับรู้บ้าง(ก็ดีนะ)ไม่ใช่จมอยู่กับความคิดของตนเองเท่านั้น

ทำให้ผู้เขียนเกิดความคิดแบบปุถุชนทั่วไป ขึ้นมาว่า

              "ทำไม ความจริง (True, Truth สิ่งที่เป็นจริง) มนุษย์ แสดงออก

ได้น้อยกว่าสมัยก่อนมาก แต่มนุษย์ปัจจุบัน มักจะใช้ในส่วนของ ความจริง

(ข้อเท็จจริง, Fact) จนบางครั้ง ใช้พร่ำเพรื่อเสียจน Fact ค่อยๆกลายเป็น

Lie (คำเท็จ) มากขึ้น จนน่าตกใจ อะไรเกิดขึ้นบ้าง ปัจจัยในสิ่งที่เกิดขึ้นมี

มากมาย เอาจากหนักที่สุด ก็คือ "สันดาน" (ไม่ใช่คำหยาบ แต่หมายถึง

การสืบสันดาน โดยบรรพบุรุษในสายเลือด) ถัดลงมาหน่อยก็เป็น "นิสัยถาวร"

เกิดจากตัวตนเอง การหลีกหรือลบเลี่ยง หรือที่พูดกันว่า "เลี่ยงบาลี" แล้วก็

"ภาคเสธ" (ยอมรับกลายๆ ไม่ทั้งหมด) ในที่สุดก็คือ "ปฏิเสธ" หน้าตา

เฉยเลยหรือบางคนพูดไปยิ้มไปด้วย เพราะเห็นว่า "การโกหก" ไม่เป็น

เรื่องสำคัญสำหรับตัวเขาเลย ที่กล่าวนี้ก็คือปัจจัยภายใน ที่เกี่ยวกับ "บุคคล"

          ยังมีปัจจัยภายนอกที่ใกล้ตัวอีก  เอาที่สำคัญที่สุด ก็คือโลก Online

การโกหกหลอกลวง แทบทั้งนั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง Face book แทนที่

จะใช้ให้เกิดประโยชน์ ตามเจตนารมณ์ของผู้สร้าง กลับกลายเป็นแหล่ง

สะสมความชั่วร้ายทางอารมณ์ นั่นเพียงตัวอย่างหนึ่งเท่านั้น อีกส่วนหนึ่ง

ที่ต้องกล่าวถึงก็คือ การใช้เทคโนโลยีสร้างความ "เสมือนจริง" ให้ขึ้นมา

โลดแล่นในสังคมปัจจุบัน เพิ่มมากขึ้น จนมนุษย์เริ่มจะสับสนว่า อันไหนเป็น

"ความจริง" และอันไหนเป็น "เสมือนจริง"

          

            จากการศึกษาครั้งนี้ ผู้เขียนขอนำเอาความรู้ต่อไปนี้ มาแบ่งปันประสบการณ์ เปิดประตูการศึกษา  สิ่งแรกที่ขอกล่าวถึงก็คือ "โลกเสมือนจริง" โลกเสมือนจริง หรือ สังคมเสมือนจริง (3D-Virtual Community Online) คือ โปรแกรมจำลองสถานที่ ที่มีอยู่จริง รวมไปถึงระบบพื้นฐานต่างๆที่โลกจริงมี เช่น วันเวลา ฤดูกาล ระบบเงินตรา ระบบการเรียนการสอน เป็นต้น

คิดแล้วเขียน: โลกเสมือนจริง (Virtual World) /chantrawong.blogspot.com/2008/10/virtual-world.html  เขียนไว้ว่า: โลกเสมือนจริง (Virtual World) คือ โลกเสมือน 3 มิติที่ถูกสร้างขึ้นใน Cyber Space โดยใช้โปรแกรมสำเร็จรูปผ่านการเชื่อมโยงทางเครือข่าย Internet  ต่างๆ โดยเน้นให้ผู้เล่นหรือผู้ใช้ทั่วโลก ต่างมีความสัมพันธ์ซึ่งกันและกันในรูปแบบต่างๆ ที่หลากหลาย อิทธิพลของ Virtual World ส่งผลให้เด็กและ เยาวชน และผู้ใหญ่เอง เกิดความหลงใหล มีจำนวนผู้เข้าไปในโลกแห่งนี้ทวีจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ

          โลกเสมือน 3 มิติหรือโลกเสมือนจริง ในปัจจุบัน มีตัวอย่างให้พวกเราได้เห็นกันหลายรูปแบบ อาทิ เครือข่ายสังคม เช่น Hi5, Face book, เครือข่ายฝูงชน เช่น Crowd source – Wikipedia,  เครือข่าย bit torrent peer to peer, เครือข่ายแบ่งปันข้อมูล เช่น You tube, Fickr, เครือข่ายการพูดคุยกัน เช่น MSN, ICQ, Skype,  เครือข่ายสร้างห้อง Virtual เช่น Camgrog, Video Conference.

          โลกเสมือนจริง (Virtual World) กำลังจะให้ก่อให้เกิดสังคมใหม่ของโลกโดยไม่จำกัดเชื้อชาติ ภาษา ประเพณี วัฒนธรรม เพศ อายุ สถานที่ และระยะทาง เพียงแต่ผู้ที่เข้าไปสัมผัส ในโลกเสมือนจริงนี้ต้องสามารถเข้าถึงและมีทักษะ ของการใช้เทคโนโลยีเหล่านั้นด้วย ในโลกเสมือนจริง ไม่จำเป็นต้องแสดงตัวตนที่แท้จริง ไม่มีการเผชิญหน้า สามารถเลือกอยู่ในสังคมใดๆ ก็ได้ที่เราต้องการ หรือหากไม่ชอบก็ไปหาโลกใหม่ในไซเบอร์ได้อย่างหลากหลายที่ตรงกับความต้องการ วันหนึ่งข้างหน้ามนุษย์ อาจจะมีชีวิตอยู่ในโลก ไซเบอร์ มีชีวิตอยู่ร่วมกับผู้คนต่างๆ ในโลกเสมือนจริง ผ่านทางหน้าจอสี่เหลี่ยมเล็กๆ หรือผ่านโทรศัพท์มือถือ PDA , IPOD ฯลฯ แต่เมื่อเงยหน้าออกมา กับพบกับตัวตนที่แท้จริงแต่ในโลกแห่งความเป็นจริง (Real World) ผู้คนในอนาคตอาจจะไม่มีคำว่า EMASI ตามที่ ชัยยง พรมวงศ์ (2551) กล่าวไว้ คือ

          E - Emotion Quality (EQ) คนจะไม่มีคุณภาพทางอารมณ์
          M - Morality Quality (MQ) คนจะขาดคุณธรรมและจริยธรรม ขาดศีลธรรมที่ดีงาม
          A - Adversity Quality (AQ) คนจะขาดความอดกลั้น อดทน และฟื้นตัวได้ช้าหากพบกับความผิดหวังในชีวิต
          S - Social Quality (SQ) คนจะไม่สามารถอยู่ร่วมสังคมกับคนอื่นๆ ได้
          I - Intellectual Quality (IQ) คนจะด้อยคุณภาพทางสติปัญญาและความเฉลียวฉลาด

___________________________

อ้างอิง:

         ชัยยงค์ พรหมวงศ์. (21 ต.ค.2551). เอกสารประกอบการบรรยายหัวข้อ "การศึกษา 2 สถานะ 3 ทางเลือก (การเรียนที่สถาบัน การเรียนทางไกล และการเรียนออนไลน์) (Dual Mode Institution with “Triple-option” teaching modes (on-campus, traditional distance education and online.). การสัมมนาวิชาการและประชุมเชิงปฏิบัติการ ไอซีทีเพื่อการศึกษาไทย ครั้งที่ 6. , มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ : สำนักบริการคอมพิวเตอร์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ คณะศึกษาศาสตร์ และ สถาบันส่งเสริมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี.

 

        

         ผู้เขียนได้มีโอกาสติดตาม web ของ ดร.พิเชฐ  บัญญัติ ใน "หมอบ้านนอกไปนอก" ตอนที่ 31 จากประเทศเบลเยี่ยม ตอนหนึ่งว่า "ผม คุยกับแม่ กับภรรยา คุยกับลูก ได้ยินเสียง ได้เห็นหน้าเห็นตากัน ยิ้มด้วยกันหัวเราะด้วยกันได้ในเวลาเดียวกันทั้งที่อยู่ห่างไกลกันเป็นหมื่น กิโลเมตร ได้ เห็นสีหน้า แววตา ท่าทางกัน น้องขิมนั่งทำการบ้าน วาดรูปแล้วเอามาให้ผมดู น้องแคนวาดรูปพ่อให้ดูผ่านทางกล้องและสแกนส่งไฟล์  มาให้ดูได้ง่ายๆ สามารถสอนลูกทำการบ้านได้ ให้คะแนนการบ้านลูกได้ บางวันผมกับลูกสาวก็ร้องเพลงด้วยกัน บางวันภรรยาก็เปิดเพลงเพราะๆให้ฟัง กล่าวราตรีสวัสดิ์กันก่อนนอนได้ แต่ไม่สามารถสัมผัสตัวกันจริงๆได้ ไม่สามารถกอดลูกหรือหอมแก้มกันได้ เห็นกันแต่ไขว่าคว้าสัมผัสกันไม่ได้ ชีวิตความเป็นอยู่แบบนี้จึงคล้ายชีวิตจริงที่อยู่ด้วยกัน แต่ไม่จริงที่เรียกกันว่า ชีวิตเสมือนจริง (Virtual reality) เมื่อวานคุยกับน้องขลุ่ยๆบอกให้พ่อถอดแว่น แล้วทำหน้าตลกๆให้ดูหน่อย เสร็จแล้วลูกก็หัวเราะชอบใจใหญ่ เห็นรอยยิ้มและได้ยินเสียงหัวเราะอย่างมีความสุขของลูก ก็พลอยทำให้เรามีความสุขไปด้วยที่มีประโยชน์มากอีกอย่างก็คือโลก เสมือนจริงในอินเตอร์เน็ตได้กลายเป็นเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์ ความสำเร็จของคน  ที่อยู่คนละที่กันได้อย่างดี สานสัมพันธ์คนทำงานคอเดียวกันที่หาโอกาสไปพบปะเจอะเจอกันได้ยาก เป็นเวทีสำหรับการจัดการความรู้ได้ดีมาก"

             ชีวิตเสมือนจริงหลังความตาย (Virtual life after Death) โดย เปเรกริน แอนดรูส์  โปรดิวเซอร์, รายการ I-Shrine ทางสถานีวิทยุ (บีบีซี) 4 http://news.bbc.co.uk/2/hi/ technology/8691238.stm มีการรายงานข่าวว่า วัน ที่ 20 พฤษภาคม 2553 ที่ผ่านมา มีการจัดงาน "Digital Death Day" (วันแห่งความตายดิจิตัล) ขึ้น และเหล่าธุรกิจเครือข่ายสังคม (social networking) การจัดการข้อมูล (data management), และธุรกิจหลังความตาย (death care) ก็มารวมตัวกัน หนึ่งในผู้จัดงานนี้ คือ Jennifer Holmes บอกว่า ขณะนี้มาถึงจุดสำคัญของข้อมูลส่วนบุคคลออนไลน์ เธอ ได้เล่าถึง ข้อมูลนับพันพันล้านหน้าบน face book และ websiteสังคมออนไลน์อื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นบล็อก, เกมออนไลน์ ซึ่งที่จริงก็ทุกๆ เว็บ ที่เราเข้าไปใช้งานข้อมูล...ข้อมูล ซึ่งส่วนใหญ่แล้ว มันก็จะยังคงอยู่..หลังจากที่เราจากโลกนี้ไป..แล้วอะไรจะเกิดขึ้น?

              ผู้คนกำลังเริ่มคิดว่าจะทำยังไงที่จะเก็บรักษาทรัพย์สินเสมือนจริงนี้ได้ Tamer Asfahani แห่งเว็บไซต์เกม Incgamers.com เห็นด้วยว่าผู้เล่าเกมออนไลน์นั้น มีสิทธิ์ความเป็นเจ้าของอยู่น้อยนิดในการจะซื้อขาย หรือจริงๆ รวมถึง Character (ตัวตน) ที่ผู้เล่นสร้างไว้ในเกม "ทั้งๆ ก็มีการลงทุนมหาศาลเลยนะ ในการสร้างตัวตนบุคลิกลักษณะในเกม แต่ผู้เล่นก็ไม่มีสิทธิ์ความเป็นเจ้าของ” "ผู้เผยแพร่ เป็นผู้ที่มีสิทธิ์ในตัวตนที่ผู้เล่นเกมสร้างขึ้นมา ในฐานะผู้เล่น โดยทางเทคนิคแล้ว ก็เป็นแค่ผู้เช่าตัวตน และโลกแห่งเกม รวมถึงทุกสิ่งทุกอย่างที่คุณได้มาก็จากผู้เผยแพร่เกม" "ดังนั้น ก็ไม่ใช่สิทธิ์ของคุณ ที่จะเอาตัวตนในโลกของเกม ไปให้กับคนอื่น และก็ไม่สามารถเอารวมไว้ในพินัยกรรมของคุณ

ความมีอยู่ใน Digital 

              อินเตอร์เน็ตกำลังกลายเป็นสถานที่ไว้สำหรับระลึกถึงผู้ที่จากไป Jennifer Holmes บอกว่า "อนุสรณ์สถานออนไลน์เริ่มเป็นสุสานรูปแบบใหม่" ความตาย อาจจะยังไม่ใช่สิ่งสลักสำคัญมากนักในใจของ           ผู้บุกเบิกสังคมออนไลน์ ในช่วงแรกเริ่ม หลายๆเว็บไซต์ มีกลุ่มเป้าหมายเป็นเด็กนักเรียนนักศึกษา 

อนุสรณ์ออนไลน์ พบเจอเพิ่มมากขึ้น

              แต่ด้วยตอนนี้มีผู้ใช้อินเตอร์เน็ตนับร้อยๆล้าน (แค่ face book ก็มากถึงกว่า400ล้านคน) ก็มีการเสียชีวิตเกิดขึ้นทุกวัน แล้วอะไรจะทำอย่างไรกับทรัพย์สิน digital ของคนเหล่านี้ นโยบาย ของ My Space อีกหนึ่งสังคมออนไลน์ ระบุถึงการเคารพสิทธิ์ส่วนบุคคลของคนที่ใช้งานงาน My Space จะไม่อนุญาตให้ใครเข้ามาจัดการข้อมูลส่วนบุคคล (Profile) ของสมาชิกที่เสียชีวิต "MySpace จะไม่ลบข้อมูลบุคคลที่ไม่ได้ มีการใช้งาน แต่ถ้าครอบครัวร้องขอมาเราก็จะดำเนินการเอาออกให้ตามความต้องการ"

ไว้อาลัย

              เมื่อ “KJ” นักศึกษาของ มหาวิทยาลัย Bath วัย 21 ปี เสียชีวิต จากเหตุจมน้ำเสียชีวิตในแม่น้ำเอวอนเมื่อปี 2552 แต่ว่า face book เข้าก็ยังอยู่ เมื่อข่าวการตายของเขาแพร่ออกไป ก็มีข้อความไว้อาลัยปรากฏในหน้า wall ของเขา นี่เป็นตัวอย่างที่ดี ที่ทำให้เห็นถึงสัมพันธ์ที่ยังเหลืออยู่ หลังความตาย 

______________________________ 

ที่มา: http://www.oknation.net/blog/boongsurisa/2010/05/22/entry-1

        มหาวิทยาลัยเสมือนจริง (Virtual University) หลังจากที่ผู้เขียนเคยเขียนไว้ใน "เปิดประตูการศึกษา:การศึกษาในแคลิฟอร์เนีย" บ้างแล้ว ก็คงต้องนำมากล่าวเพิ่มเติมอีกบ้าง มหาวิทยาลัยเสมือนจริง (Virtual University) (บุญเกื้อ ควรหาเวช. 2542).คือ  มหาวิทยาลัยที่ไม่มีข้อจำกัดในด้านเวลาและสถานที่ นั่นคือ ใครจะเรียนเวลาใดและ  เรียนจากที่ไหนก็ได้ทั้งนั้น  ในมหาวิทยาลัย เสมือนจริงนั้นไม่ว่าจะเป็น ห้องเรียน  ห้องทดลอง   ห้องสมุด  และห้องพบปะสนทนา  ล้วนเปิดตลอดวันละ 24 ชั่วโมง สัปดาห์ละ 7 วัน  เพราะ  ทุกอย่างอยู่ในเว็บหรือหน้าจออินเตอร์เน็ตไม่ได้เป็นของจริง ๆ  นักศึกษาของมหาวิทยาลัยเสมือนจริงไม่ต้องเดินทางไปมหาวิทยาลัยและไม่ต้อง เสียเวลา  วนหาที่จอดรถ นักศึกษามหาวิทยาลัยเสมือนจริงไม่ต้องแต่งเครื่องแบบ และถ้าเป็นผู้หญิงก็ไม่ต้อง  เสียเวลาเลือกชุดเสื้อผ้าที่จะใส่ไป มหาวิทยาลัย เพราะไม่ได้ต้องแต่งตัวไปแข่งกับใคร  บางคนถึงกับกล่าวว่าจะแต่งตัวอย่างไร หรือไม่แต่งอะไรเลย  ก็ยังเรียนที่มหาวิทยาลัยเสมือนจริงได้  เพราะเรียนอยู่ หน้าจอคอมพิวเตอร์  ซึ่งอาจจะอยู่บนเตียงนอน  ในห้อง นอน  หรือที่ไหนในบ้าน  หรือที่ทำงานหลังเวลางานก็ยังได้

        

มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนียเสมือนจริง (California Virtual University)
         

        ในปี พ.ศ. 2539 ผู้ว่าการรัฐและผู้นำทางการศึกษาของรัฐแคลิฟอร์เนียเป็นผู้ริเริ่มแนวคิด การสร้างมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เสมือนจริง (California Virtual University) นี้ขึ้น และสร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2540 โดยมีจุดประสงค์เพื่อสนับสนุนการศึกษาทางไกลให้กับชาวแคลิฟอร์เนียและชาว ต่างชาติ  เนื่องจากเป็นรัฐที่มีนักเรียนต่างชาติมากที่สุด มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนียเสมือนจริงนี้ เสนอหลักสูตรออนไลน์มากกว่า 2,000 หลักสูตร จากมหาวิทยาลัยต่างๆ ในภาครัฐบาลและภาคเอกชนที่ได้รับการรับรอง ได้ปิดกิจการในปี พ.ศ.2542 เนื่องจากมีการปรับเปลี่ยนระบบการจัดการ

พ.ศ. 2542 มหาวิทยาลัยโจนส์ของเกลนน์ โจนส์ เป็นมหาวิทยาลัยเสมือนจริงแห่งแรก ในอเมริกา  ที่ได้รับการรับรองวิทยฐานะทั้งมหาวิทยาลัย โดยได้รับการรับรองจากสมาคมภาคกลางทางเหนือ (North Central) นับเป็นมหาวิทยาลัยเสมือนจริงแห่งแรกในอเมริกาที่ได้รับการรับรองวิทยฐานะ และเป็นจุดสำคัญที่ทำให้ e-learning อุดมศึกษาเป็นที่ยอมรับ

 

มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนียออนไลน
          มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนียออนไลน์ (University of California Extension Online) เป็นผลของความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัย California Berkeley  ภาคการศึกษาต่อเนื่อง กับมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย ภาคการศึกษาทางไกลระดับมลรัฐ และศูนย์การศึกษาทางไกลและสื่อผสม เว็บมหาวิทยาลัยออนไลน์แห่งนี้ออกแบบมาคล้ายกับเว็บของอเมริกาออนไลน์ซึ่ง เป็นผู้ให้บริการ Internet ที่ใหญ่ที่สุดในโลก  และมีจุดประสงค์เพื่อให้โอกาสแก่ผู้ที่ต้องการศึกษาแบบต่อเนื่องและผู้ที่ ต้องการเรียนรู้ทักษะความรู้ที่ทันสมัย ทั้งนี้มหาวิทยาลัยรับประกันคุณภาพของเนื้อหา หลักสูตร และผู้สอน ว่าใช้มาตรฐานเดียวกับหลักสูตรอื่นๆ ของมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย ผู้สนใจสามารถเยี่ยมได้ที่ learn.berkeley.edu
         หลักสูตรของมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนียออนไลน์ ประกอบไปด้วยการจัดการธุรกิจและการบริหาร วิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์และวิศวกรรม วิทยาศาสตร์ เป็นต้น เหมือนกับหลักสูตรการเรียนผ่าน Internet ที่อื่นๆ เพราะฉะนั้นการเรียนที่มหาวิทยาลัยแห่งรัฐแคลิฟอร์เนีย บน Internet สามารถ ที่จะสำเร็จได้โดยผู้เรียนได้รับความสะดวกสบายโดยผ่านบริการต่างๆ ที่มีอยู่บน Internet  ไม่ว่าจะเป็นสื่อประกอบการเรียนการสอนออนไลน์ กระดานข่าว อีเมล์ และการโต้ตอบกันภายในกลุ่มเวลาเดียวกันได้ อย่างไรก็ตามผู้เรียนจะต้องมีตำราเรียนเป็นเล่ม และการสอบต่างๆ ที่ทาง มหาวิทยาลัยจะจัดผู้คุมไว้โดยเฉพาะ เพราะสิ่งต่างๆ เหล่านี้มีความจำเป็นอย่างมากในการเรียนที่มหาวิทยาลัยแห่งนี้

มหาวิทยาลัยเสมือนจริง Michigan State
        &n